ตลาดผลิตภัณฑ์ CBD สำหรับสัตว์เลี้ยงใน USA

Last updated: 2021-08-12  |  166 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กัญชา

เจ้าของสัตว์เลี้ยงในทุกกลุ่มประชากรมองว่าสัตว์เลี้ยงของพวกเขาเป็นสมาชิกในครอบครัวที่ไม่สามารถถูกแทนที่ได้ ดังนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงจะใช้จ่ายเงินในหลากหลายวิธีเพื่อให้สัตว์เลี้ยงของตนมีสุขภาพกายแข็งแรงและสภาพจิตใจที่ดี ไม่เครียด เช่น อาหาร ของใช้ ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง ยาที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ (OTC) และบริการอื่นๆ ซึ่งเป็นเหตุให้มี "การเติบโตที่น่าทึ่ง" อย่างต่อเนื่องในทุกด้านของอุตสาหกรรมการดูแลสัตว์เลี้ยง


ในสหรัฐอเมริกาเมื่อพิจารณาว่าผู้บริโภคที่อายุน้อยเป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุด แนวโน้มการใช้จ่ายนั้นกลุ่มนี้ยินดีจ่ายเพิ่มสาหรับผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงเพื่อพัฒนาชีวิตสัตว์เลี้ยงของพวกเขา ผลการสารวจโดย American Pet Product Association ปี 2019-2020 พบว่า ครัวเรือนชาวอเมริกันมีการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงถึง 67% ของครัวเรือนทั้งหมด หรือคิดเป็น 84.9 ล้านครัวเรือน ในจานวนนี้เลี้ยงสุนัข 63.4 ล้านครัวเรือน เลี้ยงแมว 42.7 ล้านครัวเรือน สัตว์เลี้ยงอื่นๆ เช่น ปลาน้าจืด นก ปลาน้าเค็ม สัตว์เลื้อยคลาน ม้า เป็นต้น ในปี 2563 ที่ผ่านมา ชาวอเมริกันมีการใช้จ่ายเพื่อสัตว์เลี้ยง มูลค่า 103.6 พันล้าน $US คาดว่าในปี 2564 นี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น 109.6 พันล้าน $US อัตราเติบโต 5.8%


American Pet Product Association คาดการณ์ส่วนแบ่งและมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง ในปี 2564 ว่า กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือ อาหารสัตว์จะมีมูลค่า 44.1 พันล้าน $US คิดเป็นสัดส่วน 40.23% รองลงมาคือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้และดูแลสัตว์เลี้ยง มีมูลค่า 32.3 พันล้าน $US คิดเป็นสัดส่วน 29.47% กลุ่มที่ 3 คือ สัตว์มีชีวิต วัสดุสิ้นเปลือง และยาที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ มีมูลค่า 23.4 พันล้าน $US คิดเป็นสัดส่วน 21.35% ดังภาพที่ 1

 

ปี 2564 เดือน ม.ค เม.ย. สหรัฐอเมริกานาเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากทั่วโลกมูลค่า 21.07 พันล้านบาท มีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 19.73% ทั้งนี้ เป็นการนาเข้าจากแคนาดามากที่สุด มีส่วนแบ่งตลาด 23.76% รองลงมาคือนาเข้าจากไทยมีส่วนแบ่งตลาด 22.73% อันดับ 3 คือ จีนมีส่วนแบ่งตลาด 11.04%

เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายผลิตภัณฑ์ผู้บริโภค CBD ทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา ในปี 2562 มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.2 พันล้าน $US และนีลเส็นคาดการณ์ยอดขายผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค CBD ในสหรัฐฯ ในปี 2563 จะสูงถึง 1.7 พันล้าน $US -2 พันล้าน $US ค่าเฉลี่ยของช่วงนั้น 1.85 พันล้าน $US เพิ่มขึ้น 54% เมื่อเทียบเป็นรายปี ภายในปี 2568 Nielsen Global Connect ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ Nielsen ที่เน้นข้อมูลสาหรับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก ประมาณการว่าผลิตภัณฑ์ CBD สาหรับสัตว์เลี้ยงจะสร้างยอดขายต่อปี อยู่ที่ 175 ล้าน $US -225 ล้าน $US ในทุกช่องทางจาหน่าย

ประเภทสินค้าที่ใหญ่ที่สุดสามประเภทที่ผู้ผลิตลงทุนในสูตร hemp-CBD สาหรับสัตว์เลี้ยง ได้แก่

• อาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสาหรับอาหารพรีเมี่ยมและอาหารจากธรรมชาติ

• ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสัตว์ (Vet care)

•วัสดุสิ้นเปลืองและยา OTC


เจ้าของสัตว์เลี้ยงมักยินดีใช้จ่ายเงินเป็นจานวนมากกับสัตว์เลี้ยงของตน ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ทาให้สัตว์ของตนมีความสุขย่อมทาได้ ทัศนคติเดียวกันนี้ครอบคลุมไปถึงผลิตภัณฑ์ CBD เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา ผู้ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงจานวนมากมองหาวิธีแก้ไขความวิตกกังวลของสัตว์เลี้ยงในระหว่างที่มีเสียงดังหรือสถานการณ์เครียดอื่นๆ ความนิยมของการใช้ CBD เริ่มแพร่ขยายไปสู่ตลาดสินค้า สัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะหลังจากที่สหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายเกี่ยวกับอาหารและสินค้าเกษตร (Farm Bill) เมื่อเดือนธันวาคม 2561

 

แม้จะมีการค้นพบว่า cannabidiol (CBD) ทางานอย่างไรสาหรับสัตว์เลี้ยง รวมถึงช่วยลดการแสดงที่วุ่นวายและตื่นตระหนกจากเสียงดัง ผลิตภัณฑ์จาก CBD สาหรับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบยาทิงเจอร์ ทรีตเมนต์ หรือแม้แต่แคปซูลและยาทา ก็มีความหลากหลายและเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น พบว่า 75% ของคนเลี้ยงสุนัขและ 80% ของคนเลี้ยงแมวไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ CBD กับตนเองหรือสัตว์เลี้ยงของพวกเขา ส่วนอีก 13% ของเจ้าของสุนัขและ 16% ของเจ้าของแมวใช้ผลิตภัณฑ์ CBD สาหรับตัวเอง แต่ไม่ให้กับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงกาลังเพิ่มขึ้น หมายความว่าผู้ผลิตและจาหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง CBD มีศักยภาพที่จะเติบโตหากพวกเขาสามารถหาวิธีเข้าถึงตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ส่วนเหตุผลสาคัญ 5 ประเด็นแรกที่ทาให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงซื้อผลิตภัณฑ์จาก CBD ให้สัตว์เลี้ยงของตน คานึงถึงปริมาณ CBD คุณภาพของกัญชงที่นามาใช้ได้รับการรับรอง ไม่มีสารเคมีกาจัดศัตรูพืชตกค้าง ปริมาณ THC และ ประเทศสหรัฐฯ เป็นแหล่งปลูกกัญชง

ในขณะเดียวกันผู้บริโภคทั่วไปมักให้ความสาคัญกับประเด็นเหล่านี้น้อย เช่น ผลิตภัณฑ์ได้รับ การรับรองออร์แกนิกผลิตหรือไม่ ผลิตจากกัญชงที่ดัดแปลงพันธุกรรม หรือ ปลูกอย่างยั่งยืนหรือไม่ มีเพียงหนึ่งในสี่ของผู้ตอบแบบสารวจเท่านั้นที่ให้ความสาคัญ ในทางกลับกัน เจ้าของสัตว์เลี้ยงกลับมีความกังวลเกี่ยวกับหัวข้อเหล่านี้มากกว่า พบว่า เจ้าของสุนัขมีแนวโน้มถึง 35% และเจ้าของแมวมีแนวโน้มสูงขึ้นถึง 69% ที่สนใจซื้ออาหาร ขนม วิตามินและอาหารเสริม หากได้รับการรับรองอินทรีย์ ตรวจสอบไม่ใช่จีเอ็มโอ และผลิตอย่างยั่งยืน

 

ผลิตภัณฑ์ CBD ที่ได้จากกัญชงยังคงมีค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมกัญชงยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข ทาให้กัญชงมีราคาแพงในการผลิตและแปรรูป การผลิตต้องใช้แรงงานมากและซับซ้อน รวมถึงการขาดแคลนผู้แปรรูป ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการผลิต บรรจุภัณฑ์ และความปลอดภัยของอาหารที่ผู้ผลิต CBD จานวนมากกาลังดาเนินการ ราคาของการผลิตผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงที่มี CBD จึงสูงเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง CBD มีราคาขายปลีกสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี CBD ในระดับมาตรฐานที่เทียบเคียงกัน ผลิตภัณฑ์ CBD บางอย่างมีราคาสูงกว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์หลักอย่างทวีคูณ ตัวอย่างเช่น

• อาหารเสริมมี CBD ราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี CBD ถึง 6 เท่า

• อาหารสุนัขแห้งที่มี CBD มีราคาแพงกว่า 74%

• ยามีราคาแพงกว่าสามเท่าหากมี CBD อยู่ด้วย


อุปสรรค 10 อันดับแรกในการบริโภคผลิตภัณฑ์ HEMP-CBD

1. ยากที่จะวัดประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ : 64%

2. งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยที่แสดงประสิทธิภาพหรือประโยชน์ : 64%

3. ไม่ชอบผลข้างเคียง : 62%

4. ประเภทสินค้ายังไม่ได้รับการอนุมัติจาก FDA : 61%

5. การกากับดูแลหรือกฎระเบียบของรัฐบาลมีเพียงเล็กน้อย : 61%

6. เกรงว่ากัญชง-CBD อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย : 61%

7. ไม่มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มี CBD จริง : 61%

8. เกรงว่ากัญชง-CBD อาจมีผลต่อจิตใจ : 60%

9. ราคาแพงเกินไป : 56%

10. กลัวว่าอาจจะติดเป็นนิสัย : 55%


อย่างไรก็ตามการให้สัตว์เลี้ยงบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของ CBD ต้องศึกษาปริมาณที่เหมาะสมต่อน้าหนักตัวด้วย เพราะยังไม่มีการศึกษาด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน อาจส่งผลต่อสุขภาพและผลข้างเคียงอื่นๆ ในระยะยาวได้


ประเด็นด้านกฎหมาย

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสาร CBD ที่สกัดได้จากกัญชา/กัญชง ยังไม่ได้รับอนุญาตจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ในการผลิตอาหารสาหรับสัตว์ ดังนั้นสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่มี CBD เป็นส่วนประกอบจึงยังไม่สามารถทาตลาดได้อย่างถูกกฎหมายเช่นเดียวกัน จากบทความโดย Mr. Mike Annis และ Ms. Emily Lyon บริษัทกฎหมาย Husch Blackwell เมื่อเดือนมิถุนายน 2562 ได้แสดงความเห็นว่า กฎระเบียบในการควบคุมการใช้สาร CBD และสินค้าสาหรับสัตว์เลี้ยงที่มีวัตถุดิบจากกัญชงยังไม่มีความชัดเจนและยังมีความเสี่ยง สาหรับผู้ประกอบการที่สนใจตลาดดังกล่าว โดยที่ผ่านมามีความสับสนในตลาดว่ากัญชง และ CBD ได้รับอนุญาตให้ใช้กับสัตว์หรือใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์หรือไม่ ทั้งนี้ พบว่า สมาคมควบคุมอาหารสัตว์อเมริกัน (the Association of American Feed Control หรือ AAFCO) และองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) มีจุดยืนร่วมที่ชัดเจนยังไม่อนุญาตให้ใช้สารดังกล่าวในการผลิตสินค้าสาหรับสัตว์เลี้ยงในขณะนี้ ดังนั้น หากผู้ประกอบการประสงค์ที่จะใช้กัญชง หรือ CBD ในการผลิตสินค้าจึงควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเคร่งครัดกับการบังคับใช้กฎหมายในการใช้สารดังกล่าว

 

ตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ส่วนผสมทั้งหมดในอาหารสัตว์ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบเกี่ยวกับวัตถุเจือปนอาหารที่ได้รับอนุมัติหรือเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าปลอดภัย (GRAS) สาหรับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ในสายพันธุ์ที่ต้องการ หากอาหารสัตว์มีส่วนผสมที่ไม่อยู่ภายใต้ระเบียบเรื่องวัตถุเจือปนอาหารที่ได้รับอนุมัติหรือ GRAS สาหรับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ในสายพันธุ์ที่ต้องการ อาหารสัตว์นั้นจะเจือปนภายใต้มาตรา 402(a)(2)(C)(i) ของพระราชบัญญัติ FD&C [21 USC § 342(a)(2)(C)(i)]. ในการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ควบคุมอาหารของรัฐ CVM ยังยอมรับส่วนผสมที่ระบุไว้ในสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการ (OP) ของสมาคมเจ้าหน้าที่ควบคุมอาหารแห่งอเมริกา (AAFCO) ว่าเป็นที่ยอมรับสาหรับใช้ในอาหารสัตว์ ในขณะนี้ ยังไม่มีระเบียบเกี่ยวกับวัตถุเจือปนอาหารหรือคาจากัดความของส่วนผสมที่ได้รับการอนุมัติที่ระบุไว้ใน AAFCO OP สาหรับสารใดๆ ที่ได้มาจากกัญชง เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนผสมอาหารสัตว์ตามลิงค์นี้ (https://www.fda.gov/animal-veterinary/safety-health/safe-feed)

 

ในส่วนที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่มีป้ายกากับว่า "กัญชง" ที่อาจมี THC หรือ CBD ด้วย ถือเป็นการกระทาที่ต้องห้ามภายใต้มาตรา 301(ll) ของพระราชบัญญัติ FD&C ที่จะแนะนาหรือส่งมอบอาหารสัตว์ใดๆ เพื่อการพาณิชย์ระหว่างรัฐ ที่มีการเติม THC หรือ CBD แล้ว

 

ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไปสหรัฐอเมริกาจานวนมาก ถึงแม้จะเป็นของบริษัทข้ามชาติเข้ามาลงทุนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่ามีโอกาสที่จะขยายการผลิตสินค้าสัตว์เลี้ยงที่มีส่วนผสมของกัญชงและ CBD ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ภาคเกษตรกรรม เพียงแต่ต้องติดตามกฎหมายอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้องตามมาตรฐานกาหนด

 

แหล่งที่มา :

Hemp Industry daily. SECTOR SNAPSHOT: Insights on the Growing Market for Hemp-CBD Pet Products. สืบค้นจาก

https://hempindustrydaily.com/wp-content/uploads/2020/10/pet-CBD-2020_FINAL.pdf เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564.

Pet Industry Market Size, Trends & Ownership Statistics. Nielsen. สืบค้นจาก https://www.americanpetproducts.org/press_industrytrends.asp. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564.

แนวโน้มอนาคต : ตลาดขนมสาหรับสัตว์เลี้ยงที่ผสมสารกัญชงขยายตัวถึง 6.7 พันล้านเหรียญ. ข่าวเด่นประจาสัปดาห์จากสหรัฐอเมริกา. Thai Trade Center – Miami. 14-18 ตุลาคม 2562.




Powered by MakeWebEasy.com