ภาพรวมอุตสาหกรรมกัญชาของโลก

Last updated: 2021-10-08  |  411 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กัญชา

ในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมกัญชานั้นมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมากตั้งแต่ผู้วิจัยและพัฒนา ตลอดจนร้านค้าปลีกและผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม ห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมกัญชานี้ มีการรวมตัวของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสูง โดยผู้ผลิตมักทำในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การลงทุนในการวิจัยและพัฒนา การปลูกกัญชา การสกัดสารกัญชา เนื่องจากผลิตภัณฑ์กัญชาเป็นสินค้าที่ถูกควบคุมโดยกฎระเบียบในทุก ๆ ขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า ดังนั้น ผู้ผลิตจึงลงทุนในแต่ละขั้นตอนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าการผลติ ของตนจะไม่หยุดชะงักตอนใดขั้นตอนหนึ่ง

 

กระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์กัญชาในแต่ละขั้นตอน สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ได้ โดยเริ่มตั้งแต่อุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่

1) วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย กิจกรรมการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์การประเมินสายพันธุ์ เทคนิคการสกัดสาร คิดเป็นมูลค่าเพิ่มร้อยละ 0-10

2) การจัดหาวัตถุดิบ ประกอบด้วยกิจกรรมการเก็บเกี่ยว คิดเป็นมูลค่าเพิ่มร้อยละ 11-25

3) การผลิต ซึ่งเป็นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงสุด ประกอบด้วยกิจกรรมการสกัดสารเข้มข้น การผลิตกัญชาเพื่อการบริโภค เครื่องดื่ม แคปซูล คิดเป็นมูลค่าเพิ่มร้อยละ 26-75

4) การบรรจุภัณฑ์และเก็บรักษา คิดเป็นมูลค่าเพิ่มร้อยละ 79-80

5) การจัดจำหน่ายหน่าย คิดเป็นมูลค่าเพิ่มร้อยละ 81-95 และ

6) การขายปลีก ได้แก่ ร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ คิดเป็นมูลค่าเพิ่มร้อยละ 96-100

 

ห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมกัญชา

 ในปี 2561 อุตสาหกรรมกัญชาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 10,305 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะสูงขึ้นเป็น 39,353 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 เนื่องจากความการยอมรับในการใช้กัญชาทางการแพทย์มากขึ้นทั่วโลก (Markets and Markets, 2018) ในปัจจุบันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาและองค์ประกอบของสารที่สกัดได้จากกัญชานำมาใช้ผสมในเวชภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างแพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากสาร CBD ที่ได้จากกัญชาถือว่าเป็นสารที่ปลอดภัยและมีศักยภาพในการรักษาต่าง ๆ ในขณะที่สาร THC มีผลต่อการกดประสาท ซึ่งเป็นตัวช่วยเสริมในการรักษาโรคต่าง ๆ ให้ดีขึ้น นอกจากนี้นโยบายการเปิดเสรีกัญชาทั่วโลกยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมกัญชาเติบโตอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ยังมีข้อถกเถียงมากมายเกี่ยวกับการเปิดเสรีกัญชาทั้งในด้านประโยชน์ในการเข้าถึงกัญชาเพื่อรักษาโรคอย่างปลอดภัย และโทษจากการใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ประเทศต่าง ๆ ยังเห็นประโยชน์มากกว่าโทษ จึงเริ่มมีการทยอยเปิดเสรีมากขึ้น

 

ในเดือนพฤศจิกายน 2561 การใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ได้รับการอนุญาตใน 33 รัฐในสหรัฐอเมริกาอย่างเสรี และ 9 รัฐยังต้องการใบรับรองแพทย์ในการเข้าถึงกัญชา อุรุกวัยเป็นประเทศแรกนอกสหรัฐอเมริกาที่เปิดเสรีกัญชา ในปี 2556ตามมาด้วยแคนาดา ในปี 2561 และในอีกหลาย ๆ ประเทศ ถึงแม้ว่ายังไม่เปิดเสรีเต็มที่ แต่กระบวนการอนุญาตให้ใช้กัญชาผ่อนปรนลงไปมาก เช่น ประเทศเนเธอร์แลนด์อนุญาตให้พลเมืองปลูกกัญชาได้ในระดับหนึ่ง และสามารถขายได้ในร้านกาแฟ ประเทศสเปนอนุญาตให้ใช้กัญชาได้ในสถานบันเทิง แต่ยังไม่อนุญาตให้มีการซื้อขาย อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบข้อบังคับยังมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นข้อจำกัด สร้างต้นทุนและความยุ่งยากในการขยายตลาดกัญชาไปยังตลาดต่าง ๆ เช่น บางประเทศอนุญาตให้ใช้สารสกัดจากกัญชาบางชนิดเท่านั้นในการรักษา อังกฤษยังไม่อนุญาตให้ใช้กัญชา ยกเว้นยา Nabilone และSativex นอกจากกฎระเบียบที่แตกต่างแล้ว ในบางประเทศยังมีความกำกวมอยู่เช่น ในรัฐวอชิงตันดีซี และเวอร์มอนต์ การครอบครองกัญชามีการจำกัดกัดปริมาณและห้ามค้าเพื่อสันทนาการ ในประเทศชิลี สามารถปลูกกัญชาได้ 6 ต้น แต่ไม่อนุญาตให้บริโภคและค้าในที่สาธารณะ (Markets and Markets, 2018) ตลาดกัญชาในประเทศเยอรมนีเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในโลกถึงร้อยละ 60 รองลงมา ได้แก่ อิตาลี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ เติบโตร้อยละ 58, 56 และ 55ตามลำดับ

 

 อัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาดกัญชาในประเทศต่าง ๆ ปี 2561

 

เมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดตามวัตถุประสงค์การใช้พบว่า กัญชาเพื่อการแพทย์ครองส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 49 ในปี 2561 มีมูลค่าตลาด 5,090 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และเพื่อการสันทนาการมีมูลค่าตลาด 5,215 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 51 ในขณะที่กัญชาเพื่อสันทนาการมีอัตราการเติบโตสูงกว่าซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 39 สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมกัญชานั้นถูกผลักดันโดยตลาดกัญชาเพื่อสันทนาการ

 

ขนาดตลาดกัญชาแบ่งตามประเภทการใช้งานตั้งแต่ปี 2559-2561(ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ)

 

ตลาดกัญชาทางการแพทย์

 

การใช้กัญชาทางการแพทย์ได้รับอนุญาตให้ใช้อย่างถูกกฎหมายในหลายประเทศ เนื่องจากสาร CBD ในกัญชาได้รับการยอมรับว่า สามารถใช้ในการรักษาได้มีประสิทธิภาพ เช่น บรรเทาอาการเจ็บปวด ระบบประสาท จิตเวชศาสตร์ คลื่นไส้อาเจียน น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว ช่วยให้อยากอาหาร โดยประเทศที่เพิ่งเปิดเสรีกัญชาเพื่อการแพทย์ ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย อาเจนติน่า เม็กซิโก และเยอรมนี

 

กัญชาเพื่อการแพทย์มีหลายรูปแบบ ทั้งนำมาบริโภคโดยตรง ทาแก้ปวดเฉพาะที่ ดม โดยตลาดกัญชาเพื่อการแพทย์ในปี 2561 มีมูลค่าประมาณ 5,090ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 20 ทวีปอเมริกาเหนือครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 4,549 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ตลาดยุโรป มีอัตราการเติบโตสูงสุดร้อยละ 58

 

ขนาดตลาดกัญชาทางการแพทย์แยกตามทวีปตั้งแต่ปี 2559-2561 (ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ)

 

ตลาดกัญชาเพื่อสันทนาการ

 

ตลาดกัญชาตลาดส่วนใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา คิดเป็นมูลค่า5,203 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และอุรุกกวัยเป็นประเทศเดียวในอเมริกาใต้ที่เปิดเสรีกัญชาเพื่อการสันทนาการ ถึงแม้ว่าตลาดกัญชามีส่วนแบ่งการตลาดน้อยกว่ากัญชาเพื่อการแพทย์ แต่เมื่อพิจารณาความต้องการบริโภคกัญชาเพื่อสันทนาการจะพบว่า ในสหรัฐอเมริกามี 33 รัฐ ที่อนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ และมีเพียง 11 รัฐ ที่สามารถใช้กัญชาเพื่อสันทนาการได้ แต่ปริมาณการบริโภคกัญชาเพื่อสันทนาการใกล้เคียงทางการแพทย์มาก ดังนั้น ในอนาคต ถ้ามีการเปิดเสรีกัญชาเพื่อสันทนาการ จะทำให้ตลาดนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นมาก โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตร้อยละ 39

 

ขนาดตลาดกัญชาเพื่อสันทนาการแยกตามทวีปตั้งแต่ปี 2559-2561 (ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ)

 

Powered by MakeWebEasy.com