ศรีตรังกรุ๊ป ขอปลูกกัญชง 100-200 ไร่ก.ค.นี้-ลั่นรายได้ปี 64 นิวไฮแตะแสนล้านบาท

Last updated: 2021-02-18  |  570 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กัญชง

     ศรีตรังกรุ๊ป ระบุมี.ค.เตรียมขออย.ลุยกัญชง คาดเริ่มปลูกก.ค. 100-200 ไร่ เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต.ค.64 เผยระยะยาวจ่อตั้งโรงงานสกัดน้ำมัน CBD จากกัญชงในปี 66 พร้อมคาดรายได้ปี 64 นิวไฮแตะแสนลบ. ทำยอดขาย 1.2 ล้านตัน กางงบลงทุนปีนี้ 1.2 หมื่นลบ. ลุยธุรกิจถุงมือ-ขยายโรงงาน 

     นางสาวทิพย์วดี สุดเวหา ผู้จัดการกลุ่มงานนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่า เดือนมี.ค.64 บริษัทเตรียมขออนุญาตปลูกกัญชงและขออนุญาตนำเข้าเมล็ดกัญชงจากต่างประเทศ ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตในช่วงมิ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าเริ่มปลูกได้จริงตั้งแต่ก.ค.64 เป็นต้นไป เพราะต้องรอการนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากต่างประเทศก่อน และคาดว่า 4 เดือนจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตในรูปแบบเมล็ดและดอกเพื่อจำหน่าย หรือเริ่มตั้งแต่ ต.ค.64 เป็นต้นไป

   สำหรับการลงทุนในธุรกิจการปลูกกัญชงเบื้องต้นคาดว่าใช้ 10 ล้านบาทสำหรับเมล็ดพันธุ์และการล้อมรั้ว ไม่นับรวมที่ดินเพราะมีอยู่ก่อนแล้ว โดยใช้พื้นที่ปลูกจำนวน 100-200 ไร่โซนจังหวัดน่าน สกลนคร และชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่เปล่าของบริษัทที่มีอยู่ทั้งหมดประมาณ 2,000 ไร่ นอกจากนี้บริษัทยังมองเป้าหมายระยะยาวโดยทำธุรกิจโรงสกัดน้ำมัน CBD จากกัญชงคาดว่าจะเห็นในปี 66

   "เราศึกษาทดลองเอาที่ดินเปล่า 100-200 ไร่มาปลูกก่อน ถ้าเห็นผลดีก็ยังมีที่ดินเปล่ารองรับการปลูกรวม 2,000 ไร่ ยังไม่นับรวมการปลูกแซมตามพื้นที่ปลูกยางซึ่งเรามีอีก 4 หมื่นไร่ โดยปัจจุบันมีแต่คนอยากนำสารจากกัญชงไปทำสินค้าต่างๆ แต่ยังไม่มีใครคิดทำต้นน้ำ ซึ่งเราคิดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยแผนระยะยาวของเราคือจะทำธุรกิจกลางน้ำ โรงสกัดน้ำมัน CBD จากกัญชงเพิ่มเสริมธุรกิจต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเห็นในปี 66" นางสาวทิพย์วดีกล่าว 

   ขณะที่ภาพรวมรายได้ธุรกิจ STA ในปี64 คาดว่ารายได้จะแตะระดับกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทำสถิติจุดสูงสุดใหม่ ทั้งนี้ปี 63 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 75,478.7 ล้านบาท ด้านปริมาณการขายยางธรรมชาติในปี 64 คาดว่าจะทำได้ 1.2 ล้านตัน จากปี 63 อยู่ที่ 1 ล้านตัน

   โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากความต้องการสินค้ายาง , การใช้ยางเพื่ออุตสาหกรรมล้อรถฟื้น และธุรกิจถุงมือยางยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันความต้องการดังกล่าวหนุนให้ราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้นช่วยหนุนรายได้บริษัท โดยยางแท่ง STR ตลาด SICOM ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 165 เซนต์/กิโลกรัม จากค่าเฉลี่ยปีก่อนอยู่ที่ระดับ 130 เซนต์/กิโลกรัมปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 27% ทั้งนี้สัดส่วนรายได้ของบริษัทยังคงมาจากธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมืออย่างละ 50% 

 ด้านงบลงทุนในปี 64 คาดว่าจะใช้ประมาณ 12,000 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินธุรกิจถุงมือยาง , ขยายโรงงานน้ำยางข้น และใช้บำรุงรักษาอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ โดยจำนวนเงินดังกล่าวมาจากเงินสด เงินกู้ และเงินจากการระดมทุน IPO อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทมีเงินสดรวมประมาณ 26,000 ล้านบาท

   ด้านบล.ยูโอบีเคย์เฮียน คาดว่าธุรกิจการปลูกกัญชาจะมีรายได้ 450 ล้านบาทในปี 65และคิดว่าผลประกอบการในปี 64 จะถึงจุดสูงสุด โดยแนะนำถือ ราคาเป้าหมาย 37.50 บาท

   ฟากบล.บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่าสิ่งที่จะขายคือ เมล็ดและดอก-ช่อของกัญชง โดยมีพันธมิตรนำดอกและช่อไปสกัดเป็น CBD oil ที่มีราคา 1 แสนบาท/กิโลกรัม สรุปโปรเจคนี้ให้ผลตอบแทน 100 ล้านบาท/100 ไร่/ปี นอกจากนี้ STA มีแผนจะขยายไปถึง 1000 ไร่
 
   ทั้งนี้ยังไม่รวมโปรเจ็กต์กัญชงในประมาณการ จะมีมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมส่งออกยางพาราในปี 64 จากความต้องการของลูกค้ากลุ่มรถยนต์ค่อนข้างสดใส ส่วนหนึ่งหลังสหรัฐประกาศอัตราภาษี AD rate ต่อธุรกิจยางไทยไม่รุนแรงในระดับต่ำกว่า 100% ด้านแนวโน้มราคายางพาราในปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้น โดยจุดสูงสุดคือเดือนเมษา 64 ทั้งนี้ปัจจุบันราคายางที่ 150-200 เซ็นต์ แนะนำ T-Buy ราคาเป้าหมายอยู่ในช่วง 35-37 บาท

 
ลักษณะธุรกิจของ STA
ธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายยางธรรมชาติแบบครบวงจร (Full Supply Chain) ในหลากหลายประเทศ เริ่มตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำการทำสวนยางพาราในประเทศไทย ธุรกิจกลางน้ำการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ ทั้งยางแท่ง (TSR) ยางแผ่นรมควัน (RSS) และน้ำยางข้น (Concentrated Latex) รวมถึงธุรกิจปลายน้ำในการผลิตและจัดจำหน่ายถุงมือยาง และสินค้าสำเร็จรูป อาทิ ท่อไฮดรอลิกแรงดันสูง

Powered by MakeWebEasy.com